กล้อง 35 มม. SLR คืออะไร?

กล้อง 35 มม. SLR คืออะไร? 

กล้อง 35 มม. SLR ก็คือ กล้อง ถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. และมีระบบ สะท้อนภาพแบบเลนส์เดี่ยว หรือ Single Lens Reflex Camera ซึ่งเรามักจะ เรียก โดยใช้คำย่อว่า SLR แทนความหมายเต็ม กล้องถ่ายภาพชนิดนี้ เป็นกล้องที่ผู้ถ่ายภาพสามารถมองภาพจริงผ่านเลนส์ได้เลย ซึ่งเมื่อถอดเปลี่ยน ขนาดเลนส์ ก็ยังคง สามารถมองเห็นภาพได้เหมือนจริงตามขนาดเลนส์ที่ใช้อยู่ และเป็นแบบเดียวกับที่ ถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์ม จึงทำให้กล้องถ่ายภาพแบบ 35 มม. SLR นี้ ได้รับความ นิยมจากบรรดานักถ่ายภาพทั่วโลก ซึ่งมาจากความสะดวกคล่องตัวในการใช้งาน มากกว่ากล้องถ่ายภาพระบบอื่นๆ นั่นเอง

กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. ในยุคแรกๆ เช่น Leica 1 ซึ่งมร.อี.ไลซ์ ได้ ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1925 หลังจากนั้นกล้องถ่ายภาพยี่ห้อต่างๆ ก็ได้แข่งขันกัน พัฒนาระบบต่างๆ ในกล้องถ่ายภาพในแบบที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม.นี้เรื่อยมา เมื่อ ปี ค.ศ.1860 มร.โธมาส ซัทตัน ก็ได้ใช้กระจกเงาเข้ามาช่วยในการสะท้อนภาพให้ ปรากฏในช่องมองภาพ และได้พัฒนาจนเป็นแนวคิดของการนำเอาปริซึมห้าเหลี่ยมเข้ามาใช้ จนกลายเป็นต้นแบบที่สำคัญของกล้องถ่ายภาพแบบ SLR ในปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้กล้อง 35 มม. SLR ให้เราเลือกใช้มากมายหลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพจากญี่ปุ่น อย่าง Nikon, Canon, Pentax และ Minolta และกล้องถ่ายภาพจากเยอรมันอย่าง Leica หรือ Contax เป็นต้น ซึ่งแบ่งออกได้ 2 แบบคือ กล้องถ่ายภาพแบบแมคคานิคส์หรือกล้อง แมนนวลโฟกัส และ กล้องอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กล้องระบบออโต้โฟกัส กล้อง SLR ในปัจจุบันเกือบทั้งหมดเป็บแบบออโต้โฟกัส คงมีเหลืออยู่ไม่กี่รุ่นที่ยังคงใช้ระบบแมนนวลโฟกัส เช่น Nikon FM3A หรือ LEICA ตระกูล R และ M

ไดอะแกรมแสดงส่วนต่างๆของกล้องสะท้อนภาพ 35มม. เลนส์เดี่ยวระบบแมนนวลโฟกัส กล้องในภาพมีระบบบันทึกภาพแมนนวลและปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ การเลื่อนฟิล์มและขึ้นชัตเตอร์ใช้คานเลื่อนแบบทีละภาพ เส้นแถบสีเหลืองแสดงทิศทางของแสงที่สะท้อนจากวัตถุผ่านเข้าไปยังเลนส์ ผ่านไดอะแฟรม ตกกระทบกับกระจกเงาและสะท้อนแสงผ่านเข้าไปยังจอรับภาพ(โฟกัสซิ่งสกรีน) ซึ่งจะสะท้อนกลับไปมาในเพนทาปริซึมเพื่อให้ได้ภาพที่เห็นในช่องมองภาพตรงกับวัตถุจริง

นอกจากนี้ในเพนทาปริซึมยังมีเซลวัดแสงซึ่งเรียกกันว่าระบบวัดแสงผ่านเลนส์ นับเป็นระบบวัดแสงที่แม่นยำมาก และวงจรคอมพิวเตอร์จะควบ คุมระบบการทำงานต่างๆทั้งหมดอาทิ ชัตเตอร์ ระบบบันทึกภาพ ความไวแสงฟิล์ม การแสดงค่าความเร็วชัตเตอร์และการวัดแสงในช่องมองภาพ

กล้อง 35 มม. SLR ระบบแมนนวลโฟกัสหรือแมคคานิคส์นั้นเป็นกล้องถ่ายภาพแบบ 35 มม. SLR ชนิดแรกที่เรารู้จักกันดี ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงได้เคยลองจับ และ ฝึกหัดถ่ายภาพด้วยกล้องชนิดนี้เป็นตัวแรก การทำงานต่างๆ ใช้ระบบกลไกควบคุมการทำงานทั้งหมดทำงาน โดยการปรับตั้งจากผู้ใช้ เช่น การปรับ ความชัด ปรับความเร็วชัตเตอร์ ปรับรูรับแสง เลื่อนฟิล์ม และกรอฟิล์มกลับ เป็นต้น ในอดีตนั้น กล้องถ่ายภาพแบบ 35 มม. SLR ระบบแมนนวลโฟกัส หรือกล้องแบบแมคคานิคส์ ได้รับความนิยมจากนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่ากล้องถ่ายภาพในยุคแรกจะมีปัญหาและอุปสรรคจากการใช้งานอยู่บ้าง เช่น ในเรื่องของการวัดแสง เนื่องจากในกล้องรุ่นเก่าๆ ยังไม่ได้มีการบรรจุเซลวัดแสงไว้ในตัวกล้อง ดังนั้นการถ่ายภาพจึงต้องอาศัยประสบการณ์และการคาดเดาของนักถ่ายภาพเป็นสำคัญ แต่ในยุคต่อมาก็เริ่มมีบริษัทผู้ผลิตกล้องบางรายนำเอาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซลวัดแสง จุดไฟสัญญาณ LED หรือระบบโปรแกรมการถ่ายภาพต่างๆ มาบรรจุไว้ในตัวกล้อง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น (อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่กล้องถ่ายภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือออโต้โฟกัส) แต่ก็ยังอาศัยการทำงานด้วยระบบกลไกในตัวกล้องเป็นหลักมากกว่า 70%

แม้แต่ในปัจจุบัน เราก็ยังคงพบเห็นนักถ่ายภาพบางกลุ่มนิยมถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายภาพระบบแมนนวลกันอยู่ ซึ่งกล้องบางรุ่นก็ยังคงมีวางจำหน่ายและได้ รับความนิยมอยู่พอสมควร เช่น FM3A กล้องถ่ายภาพแบบนี้ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษา หรือ ผู้ที่เพิ่งหัดถ่ายภาพใหม่ๆ เนื่องจากจะต้องอาศัยทักษะของผู้ใช้ในการปรับตั้งระบบการทำงานทั้งหมด อีกทั้งกล้องแมนนวลยังมีความทนทานเป็นเลิศ สามารถประหยัดแบตเตอรี่ได้มากกว่ากล้องถ่ายภาพในระบบอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกล้องถ่ายภาพ 35 มม. SLR ระบบออโต้โฟกัส หรือ กล้องที่มีระบบควบคุม ในการทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกล้องถ่ายภาพที่กำเนิดมาในยุคหลังที่ กล้องแบบแมนนวลโฟกัส เริ่มคลายความนิยมลง โดยกล้องออโต้โฟกัส หรือ กล้อง ระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นกล้องสมัยใหม่ที่ มีระบบการทำงานและฟังก์ชั่นต่างๆ ให้ เลือกใช้งานได้มากมาย ทว่าในช่วงแรกๆ กลับไม่ได้รับการตอบรับมากนักในกลุ่ม ของนักถ่ายภาพที่เคยใช้กล้องระบบเดิม เนื่องจากความไม่มั่นใจ และ ไม่คุ้นเคยใน ประสิทธิภาพกับการทำงานของกล้องในระบบออโต้โฟกัสแบบใหม่นี้นั่นเอง ต่อมา ไม่นานนักกล้องประเภทนี้ก็เริ่มได้รับความ นิยมมากขึ้น เพราะนักถ่ายภาพเองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจ และ เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของกล้องออโต้โฟกัส กันมากขึ้น ขณะนั้นกล้องถ่ายภาพระบบออโต้โฟกัสของนิคอนอย่างรุ่น F-801S จัดเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมจากนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

จึงทำให้บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพต้องหันกลับมาสนใจ และ พัฒนาเทคโนโลยีของตน เพื่อแข่งขันในตลาดกล้องแบบใหม่นี้กันมากขึ้น

กล้องอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กล้องออโต้โฟกัส นี้ได้มีการปรับปรุงและพัฒนา กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ในปัจจุบันนี้ผู้ผลิต กล้องแทบทั้งหมดเลือกที่จะผลิตแต่กล้อง ถ่ายภาพ 35 มม. SLR ในระบบออโต้โฟกัสกันเกือบหมด โดยมีกล้องให้นักถ่าย ภาพได้เลือกใช้กันตั้งแต่ระดับมือสมัครเล่น ราคาตัวละ หมื่นต้นๆ ไปจนถึง กล้องถ่ายภาพในระดับมืออาชีพราคาเกือบแสนบาท เลยทีเดียว

กล้องออโต้โฟกัส 35 มม. SLR นั้น แบ่งระบบปรับโฟกัสออกเป็น 2 แบบ คือ ชนิดที่มีมอเตอร์หมุนโฟกัส ในตัวกล้อง และ ชนิดที่มีมอเตอร์ ในตัวเลนส์ เช่น เลนส์ USM (Ultrasonic) ของแคนนอน หรือในเลนส์รุ่นใหม่ๆ ของนิคอนอย่างเลนส์ AF-S (Sileent Wave) เป็นต้น กล้องบางยี่ห้อสามารถปรับไปใช้เลนส์แบบ แมนนวลโฟกัสธรรมดาได้ แต่บางยี่ห้อก็ต้องใช้เลนส์ออโต้โฟกัสเท่านั้น หากต้องการปรับโฟกัสแบบ แมนนวล อาจจะทำได้โดยการปรับสวิตซ์ที่ตัวกล้อง จากระบบ ออโต้โฟกัส มาเป็น ระบบแมนนวลโฟกัสแทน แต่ในกล้องและเลนส์ รุ่นใหม่ๆ บางรุ่นนั้น เราสามารถใช้การเปลี่ยนการปรับโฟกัสหรือการ Shift Focus ได้ทันที จากการผลักเลื่อน หรือ ปรับสวิตซ์ที่ตัวเลนส์ นับว่ามีความสะดวกสบายมากกว่ากล้องออโต้โฟกัสในอดีต

ระบบการทำงานของกล้องออโต้ โฟกัสค่อนข้างจะสลับซับซ้อนและมีฟังก์ชั่น การทำงานต่างๆ ให้เลือกใช้มากมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับและมูลค่าของกล้องที่ใช้ หากเป็นกล้อง ในระดับ สมัครเล่น จะมีระบบ การทำงานต่างๆ ไม่เท่ากับกล้องในระดับ มืออาชีพ เช่น ไม่มีระบบถ่ายภาพซ้อน ไม่มีปุ่มเช็กชัดลึก ไม่มีระบบถ่ายภาพคร่อม หรือไม่มีระบบล็อคกระจกสะท้อนภาพ เป็น ต้น และ แน่นอนกล้องในระดับสูงมากขึ้น เท่าใด ราคาของกล้องรุ่นนั้นก็จะสูงตามไป ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาใน การเลือกใช้กล้องของนักถ่ายภาพเป็น สำคัญ ว่า มีความต้องการ ที่จะใช้งานใน ประสิทธิภาพจากฟังก์ชั่นต่างๆ ของกล้อง มากน้อยเพียงใด เพราะมันคือค่าใช้จ่ายที่ เพิ่มขึ้นมานั่นเอง

นอกจากกล้องถ่ายภาพทั้งสอง กลุ่มข้างต้นแล้ว กล้องถ่ายภาพประเภทคอมแพค และ ซุปเปอร์คอมแพคบางรุ่น ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อให้ใช้งานได้ สะดวกขึ้นกว่าในอดีต เช่น กล้อง Olympus รุ่น IS-5000 เป็นกล้องคอมแพค แบบ 35 มม. SLR มองภาพผ่านเลนส์ มี เลนส์ซูมขนาด 28-140 มม. ในตัว ถอดเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ กล้องรุ่นนี้จาก โอลิมปัสจัดว่าประสิทธิภาพเกือบเทียบเคียง ได้กับกล้องถ่ายภาพ 35 มม. SLR ที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เลยทีเดียว เทคโนโลยีของ กล้องประเภทคอมแพคและซุปเปอร์คอมแพคในปัจจุบันนี้ ได้ถูกพัฒนาไปมาก ไม่ว่า จะเป็นระบบโฟกัสเฉพาะจุด, ระบบเพา เวอร์ซูม, ระบบขับเคลื่อนฟิล์ม, ระบบถ่าย ภาพซ้อน, ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง และมี ระบบแฟลชอันทันสมัย โดยทั้งหมดได้ถูก นำมาบรรจุไว้ ในกล้อง ขนาดเล็กกะทัดรัด เพียงตัวเดียว เรียกว่าสามารถใช้งานได้ ครอบคลุม กับการถ่ายภาพ แทบทุกรูปแบบ ภายในกล้องตัวเดียวนี้เอง ทำให้กล้องประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักถ่ายภาพมือสมัครเล่น หรือกลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก และ ได้ภาพที่มีคุณภาพดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: