แสง วัตถุดิบของการถ่ายภาพ

แสง วัตถุดิบของการถ่ายภาพ 
แสงเป็นพื้นฐานของการถ่ายภาพ ถ้าปราศจากแสงสว่างคุณก็จะไม่สามารถมองเห็นหรือถ่ายภาพได้ เพราะแสงจะตกกระทบแล้วสะท้อนทุกสิ่งรอบตัว จนทำให้ทุกสิ่งมองเห็นได้ ทั้งตามนุษย์และกล้องถ่ายภาพ แสงคล้ายคลึงกับเสียงก็ตรงที่เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงาน มันจะกระ จายตัวออกไปเป็นลักษณะคลื่นซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงมากจากแหล่งกำเนิดคือดวงอาทิตย์ ลักษณะของแสงในแง่ของการถ่ายภาพก็คือมันจะเดินทางเป็นเส้นตรงซึ่งคุณสามารถสังเกตุได้จากเงาที่ส่องตรงเบื้องหลังของวัตถุที่ไปปิดกั้นดวงอาทิตย์หรือสังเกตุลำแสงของดวงอาทิตย์ที่วิ่งผ่านหมอกควัน

พฤติกรรมของแสงจะเปลี่ยนไปตามวัตถุหรือผิวหน้าที่มันตกกระทบ วัตถุที่ทึบแสงเช่นไม้หรือโลหะจะหยุดยั้งแสงจากการดูดซับรังสีส่วนใหญ่เอาไว้ ถ้าเป็นวัสดุใสอย่างเช่นแก้วหรือน้ำจะปล่อยให้แสงผ่านไปได้ ผิวของเนื้อผ้าจะสะท้อนแสงไปในทิศทางต่างๆกัน ดังนั้นแสงจะดูดกลืนทำให้อ่อนลงและกระจายตัว ถ้าเป็นผิวหน้าเรียบใสอย่างเช่นแก้วหรือโลหะขัดมันจะสะท้อนแสงกลับออกมาโดยไม่กระจายตัวมากนัก ดังนั้นคุณจะเห็นภาพได้ในกระจกที่สะท้อนแสง ผิวหน้าวัตถุส่วนใหญ่จะสะท้อนแสงบางรังสีของแสงออกมา ถ้าผิวยิ่งซีดยิ่งสะท้อนรังสีมากขึ้น แต่ถ้าเป็นสีดำจะไม่สะท้อนแสงเลย ถ้าผิวหน้าเป็นสีขาวจะสะท้อนแสงทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญมากในการถ่ายภาพควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้และลึกซึ้งมากที่สุด

การกระจายตัว(DIFFUSION)
วัตถุที่ทำให้แสงเกิดการกระจายตัว เช่น กระดาษไขกระจกฝ้า พลาสติกสีขาวขุ่น วัตถุเหล่านี้ทำให้คุณภาพแสงเปลี่ยนไปจากแสงแข็งเป็นแสงนุ่ม

การสะท้อนกับผิวที่เป็นเงา (SPECULAR REFLECTION)
แสงที่ตกกระทบกับวัตถุที่เป็นมันเงา เช่นกระจกเงา จะสะท้อนแสงที่แรงและคุณภาพแสงใกล้เคียงกับแสงเดิม

การสะท้อนกับผิวขรุขระ (DIFFUSE REFLECTION)
ผิวของวัตถุที่หยาบและขรุขระจะช่วยทำให้ทำให้แสงที่สะท้อนเกิดการกระจายตัวเปลี่ยนคุณภาพแสงแข็งเป็นแสงนุ่ม

การสะท้อนกับพื้นผิวที่เป็นสี
พื้นของวัตถุที่เป็นสีต่างๆ จะดูดซับแสงในบางช่วงคลื่นและสะท้อนส่วนที่เหลือออกมาเช่นพื้นผิวสีแดงเมื่อมีแสงไปตกกระทบจะสะท้อนสีแดงออกมา

การดูดซับแสง
พื้นผิวของวัตถุที่เป็นสีดำจะดูดซับคลื่นความถี่ของแสงที่ตกกระทบทั้งหมด และแปลงออกมาในรูปของพลังงานความร้อน

แสงเป็นแหล่งรวมของสี ประกอบไปด้วยคลื่นที่มีความยาวแตกต่างกัน บางคลื่นสามารถปรากฏแก่สายตาและอ่านออกมาเป็นสีได้ คลื่นแสงที่มีความยาวมากเป็นสีแดง คลื่นแสงสั้นจะเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง ดวงอาทิตย์และแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆจะกระจายสเปคตรัมของคลื่นที่มีขนาดแตกต่างออกมา ซึ่งเราจะเห็นออกมาในรูปแสงสีขาวแต่รอบๆตัวจะดูดซับคลื่นบางตัวและสะท้อนตัวอื่นออกมาด้วยเช่นผลมะเขือเทศจะดูดซึบแสงสีเขียวและน้ำเงินแต่จะสะท้อนคลื่นสีแดงดังนั้นเราจึงเห็นมันเป็นสีแดง

คลื่นแสงที่มองเห็นเป็นสีขาวจะประกอบไปด้วยแสงสีแดง,เขียวและน้ำเงิน เมื่อใช้ฟิลเตอร์สีแดงถ่ายภาพ คลื่นแสงสีเขียวและน้ำเงินจะถูกกักเอาไว้ยอมให้คลื่นแสงสีแดงเท่านั้นที่ผ่านไปได้ ภาพที่ได้จึงมีสีแดงทั้งภาพ และในหลักการนี้จะเป็นแบบเดียวกันสำหรับฟิลเตอร์สีทุกชนิด

วัสดุใสจะให้คลื่นแสงผ่านไปได้เท่าๆกันนอกจากลำตัวมันจะมีสี ตัว อย่างเช่นบานหน้าต่างกระจกสีฟ้าหรือฟิลเตอร์สีฟ้าจะให้แสงสีฟ้าผ่านไปได้ แต่ดูดซับแสงตัวอื่นเอาไว้ดวยลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ฟิลเตอร์สีแดงจะเปิดโอกาสให้สีแดงผ่านไปได้แต่ดูดซับคลื่นแสงตัวอื่นๆ การส่องผ่านที่คลื่นแสงไม่ปนกันมีความสำคัญมากสำหรับการถ่ายภาพขาวดำ มันจะมีผลกระทบกับตัวเปลี่ยนโทนสีจากการที่ข่มบางโทนแต่ไปเน้นที่โทนอื่นๆ ส่วนการถ่ายภาพสีนั้นมันมีความสำคัญคือเมื่อใช้ฟิล์มเนกาตีฟหรือฟิล์มสไลด์จะให้สีออกมาเมื่อมีกระบวนการอัดขยายภาพ

แสงจะเป็นตัวกำหนดให้คุณมองและเข้าใจในรูปร่างและลักษณะของวัตถุ เช่นมะเขือเทศที่โดนแสงแดดส่องเข้าด้านข้างจะสะท้อนแสงสีแดงเข้มบริเวณที่แสงกระจาย และวิ่งกระทบผิวโค้งในมุมที่ต่างกันดังนั้นมันจึงสะท้อนออกมาเป็นความเข้มที่ต่างกันแก่สายตาเรา ทั้งตาและสมองจะรับรู้ถึงระดับแตกต่างกันของสี ซึ่งบอกให้ทราบถึงลักษณะทรงกลมของ มะเขือเทศโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปแตะต้อง

อย่างไรก็ตามสายตาของเราสามารถมองเห็นวัตถุรอบๆ ตัวเพราะตาสามารถปรับแสงได้ แต่ก็มีขีดจำกัดถ้าหากแสงสว่างมากเกินไป(ม่านรูเล็กๆของแก้วตาจะปรับขนาดตามแสงสว่างที่ส่องมายังนัยน์ตา)

Canon EOS-1N เลนส์ EF 300 มม. 1/250 วินาที f/4 ฟิล์ม FUJI VELVIA ISO 50

                ฟิล์มแบ่งแยกการตัดกัน เมื่อมองภาพนี้ ช่างภาพจะเห็นรายละเอียดทั้งในร่มและกลางแดด แต่ฟิล์มจะแบ่งแยกให้เห็นการตัดกันของโทน 2 โทน คือมืดและสว่างปรากฏอยู่ในภาพเดียว ดังเช่นภาพนี้คุณต้องเลือกเอาว่าจะให้ค่าของแสงบริเวณที่สว่างให้ถูกต้องเพื่อบริเวณในร่มจะเป็นสีดำหรือเลือกให้ส่วนเงาสว่างมองเห็นรายละเอียดแต่ตัวหมีโคอาล่าจะสว่างจนขาวซีด

                   เครื่องมือวาดภาพ ในศตวรรษที่ 16 การแกะสลักโดย DUR-RER แสดงให้เห็นอุปกรณ์การวาดภาพของจิตรกรด้วยการเล็งสายตาไปที่ศูนย์เล็ง ขนาดและความสัมพันธ์กันของส่วนหนึ่งบนตัวแบบกับส่วนอื่นมีความสม่ำเสมอ การจัดภาพทั้งหมดคล้ายกับช่องมองในกล้อง แต่ในกรณีนี้จิตรกรต้องการเส้นในลักษณะวาดด้วยมือลงบนกระจกก่อนที่จะลงหมึกอื่นๆ ต่อไป


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: